ศัตรูที่รัก 2 : คอลัมน์ ร้อยพบพันเจอกับมิสเตอร์บางอ้อ โดย... คงกะพัน แสงสุริยะ

ศัตรูที่รัก 2 : คอลัมน์ ร้อยพบพันเจอกับมิสเตอร์บางอ้อ โดย... คงกะพัน แสงสุริยะ

    
          ขออนุญาตเล่าต่อจากสัปดาห์ที่แล้วนะครับ เพราะเรื่องราวของตัวแสบยังไม่จบ
    
          ถัดมาอีกสองวันผมได้รับสายจากหญิงคนหนึ่งครับ เธอแนะนำตัวเองว่าเป็นแม่ของคนที่ขโมยกีตาร์ของผม เห็นในข่าวจึงติดต่อเจ้าหน้าที่ขอเบอร์โทรผมมา เธอพูดจาดีมากๆ ครับ บอกว่ากำลังตามหาลูกชายที่หายตัวไปแล้วมาเจอในข่าวที่ขโมยกีตาร์ผมไม่สบายใจ จึงโทรมาเพื่อขอโทษและขอชดใช้เงินให้

          ผมจึงพูดคุยกับแม่และสอบถามข้อมูล ก็ได้ความว่าครอบครัวเธอเป็นชาวสวนมีฐานะยากจน สามีก็ทิ้งไปนานแล้ว ดูแลลูกคนเดียว รักลูกมาก อยากได้อะไรถ้ามีปัญญาก็จะหาให้ ล่าสุดอยากได้มอเตอร์ไซค์ก็ไปรับจ้างเก็บขี้วัวขายเพื่อซื้อให้ลูก เจ้าตัวแสบก็แอบเอาไปขายแล้วหนีออกจากบ้านไปกรุงเทพ หัวใจแม่แทบสลาย....

          แต่ที่ผมฟังแล้วสะเทือนใจที่สุดก็คือ เจ้าตัวแสบไม่ใช่คนปกติธรรมดาครับ เขาเป็นคนป่วย....ป่วยด้วยอาการทางจิตครับ แม่เขาเล่าว่าหลังจากถูกเกณฑ์ทหารกลับมาก็ติดยาบ้าอย่างหนัก แล้วก็มีอาการประสาทหลอนและมีอาการทางจิต เคยป่วยหนักถึงขั้นทุบตีแม่และอาละวาดมาแล้ว พักหลังรักษาจนอาการดีขึ้นแล้วก็หนีหายไปจากบ้าน

          ได้ยินอย่างนี้แล้วผมจึงถึงบางอ้อว่า เพราะอะไรเจ้าตัวแสบถึงได้สัมภาษณ์ผมยังกับเป็นคุณวิทวัสจากตีสิบ และเพราะอย่างนี้นี่เองถึงได้พูดจาวกวนไม่รู้เรื่องและเพ้อเจ้อถึงแต่เสกโล โซ แถมแต่งเพลงร้องเองซะลั่นโรงพักไม่สำนึกผิดทั้งที่เป็นหัวขโมย.. ทุกอย่างมันชัดเจนและผมก็รู้สึกผิดขึ้นมาเต็มหัวใจ เกิดคำถามขึ้นมากมายว่า... นี่เราส่งคนป่วยเข้าไปนอนในคุกหรือนี่...? แล้วหยูกยาก็ไม่ได้กินเขาจะทำอย่างไร? ที่สำคัญถ้าไปร้องเพลงดังๆ ในคุก แล้วผู้ต้องขังคนอื่นเขารำคาญโดนรุมกระทืบขึ้นมาแล้วจะทำอย่างไร? หรือไปโดนนักโทษชายข่มขืนกลายเป็นตุ๊ดเป็นแต๋วขึ้นมา ก็จะไปกันใหญ่? กลายเป็นความทุกข์ใจของผมขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้จึงต้องหาทางออกช่วยเจ้าตัวแสบครับ

          ผมเดินขึ้นลงศาลอาญาหลายรอบ ขอศาลว่าให้ปล่อยตัวเจ้าตัวแสบเพราะเป็นคนป่วย ออกค่าใช้จ่ายให้แม่เขามากรุงเทพฯ เพื่อนำหลักฐานการเข้ารับการรักษาอาการทางจิตมาให้ศาลดู เพราะคนป่วยจะได้รับการละเว้นโทษเพื่อเข้ารับการรักษา มิเช่นนั้นอาการจะหนักขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายศาลรับฟังและปล่อยตัวเจ้าตัวแสบเป็นอิสระแต่ต้องอยู่ในการควบคุม เพราะทำผิดอาญาแผ่นดินแม้เจ้าทุกข์จะไม่ติดใจเอาความก็ตาม... เป็นความสำเร็จอีกครั้งในภารกิจช่วยชีวิตหัวขโมย หลังจากประสบความสำเร็จจากการตามล่ามาแล้ว....ชีวิตมิสเตอร์บางอ้อนี่มันยัง ไงกันครับ...คิดแล้วอดขำในใจไม่ได้สักที...:):)

          เสร็จภารกิจทุกอย่างครอบครัวทางแม่ของเจ้าตัวแสบก็รักและรู้สึกอยากตอบแทนใน น้ำใจขอบคุณผมเป็นอย่างมากครับ เงินที่ผมช่วยเหลือเรื่องคดีหลายหมื่นบาทนั้นเขาไม่รู้จะชดใช้อย่างไร กลายเป็นว่าสิ่งของใดมีค่าสำหรับเขาก็จะนำมามอบให้ตามประสาชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพระเครื่อง ข้าวของต่างๆ แต่ที่ผมประทับใจมากๆ ก็คือ จะทำการแบ่งที่ดินมรดกของครอบครัวที่เชียงรายให้ผมหลายไร่ แต่ผมคงรับไว้ไม่ได้จริงๆ ครับ มันเป็นของมีค่ามากสำหรับเขาแม้จะหยิบยื่นให้ด้วยความเต็มใจแค่ไหนก็ตาม แค่ได้เห็นความบริสุทธิ์ใจที่อยากจะตอบแทนก็ชื่นใจเพียงพอแล้วสำหรับ มิสเตอร์บางอ้อ...

          หลังจากเหตุการณ์นั้นผมเหมือนมีอีกหนึ่งครอบครัวที่เชียงราย ทุกเทศกาลหรือวันเกิดผม แม่รวมทั้งเจ้าตัวแสบก็จะโทรมาอวยพร ทักทาย พูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบ บางครั้งวงผมไปเล่นแถวเชียงรายแสบก็หอบดอกไม้ช่อใหญ่มาให้ถึงหน้าเวที และนี่ก็เป็นความสุขเล็กๆ ที่ผมได้รับจากอภัยทานในครั้งนั้น มันอาจไม่ใช่อะไรยิ่งใหญ่ แต่ยิ่งใหญ่ในหัวใจผม เคยมีเพื่อนถามผมว่าครอบครัวนี้เป็นใคร ผมมักตอบว่าญาติ... แต่ก็แอบคิดในใจขำขำ เขาคือศัตรูที่รัก

.......................................
ที่มา : komchadluek.net  คอลัมน์ ร้อยพบพันเจอกับมิสเตอร์บางอ้อ โดย... คงกะพัน แสงสุริยะ 

Published on 14 ก.ย. 2557


ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ